กรมพัฒน์ฯ เผยทิศทางการดำเนินงานปี 59 มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายในประเทศ พร้อมเดินหน้าพัฒนา สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เน้น!!! สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม

กรมพัฒน์ฯ เผยทิศทางการดำเนินงานปี 59
มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายในประเทศ พร้อมเดินหน้าพัฒนา
 สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เน้น!!! สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม
 
           กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยนโยบายการดำเนินงานปี 2559 มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบธุรกิจและพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเน้นส่งเสริมการสร้างสังคมผู้ประกอบการ และ สร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ธุรกิจท้องถิ่น สู่ภูมิภาค และตลาดโลก พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจให้มากขึ้น โดยเร่งพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้บริการที่มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกภาคส่วน
         นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานตลอดปี 2559 โดยจะมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบธุรกิจและพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Economy) โดยส่งเสริมการสร้างสังคมผู้ประกอบการ (Entrepreneur Society) สร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ธุรกิจจากท้องถิ่น (Local) สู่ภูมิภาค (Regional) และตลาดโลก (Global) รวมทั้งพัฒนาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจบนฐานบริการ (Moving to Services Economy) นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาให้บริการ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ เช่น
         1) สร้างสังคมผู้ประกอบการ โดยจะบ่มเพาะพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจด้านการบริหารจัดการ การเงิน การจัดทำบัญชี และการตลาด ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ในรูปแบบที่เหมาะสมตามขั้นของการเติบโต ตั้งแต่กลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ กลุ่มเติบโต กลุ่มประสบปัญหา และกลุ่มที่สามารถขยายสู่ต่างประเทศ โดยกลุ่มที่เป็นรายใหม่ จะเน้นการเสริมสร้างแนวคิดการเป็นผู้ประกอบธุรกิจและมีความรู้ ความเข้าใจในการเริ่มต้นธุรกิจอย่างครบวงจร ส่วนกลุ่มที่ประกอบธุรกิจอยู่แล้ว จะเน้นความเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นนวัตกรรม โดยผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย และผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ กรณีศึกษา พร้อมทั้ง พัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการองค์กรที่เป็นระบบมีมาตรฐานสากล
         2) สร้างโอกาสทางการตลาดและขยายช่องทางการตลาด โดยจะทำการวิเคราะห์ศักยภาพของ ผู้ประกอบธุรกิจและบ่มเพาะให้สอดคล้องกับศักยภาพ มีการวิเคราะห์ตลาดเป้าหมายของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย และพัฒนาในแนวทางที่เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพและตลาดเป้าหมาย สร้างโอกาสในการเข้าสู่ช่องทางการตลาด ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ หรือ e-Commerce
         3) ส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายธุรกิจ ทั้งในรูปแบบของการรวมตัวกันที่มีกฎหมายรองรับได้แก่ สมาคมการค้า หอการค้า และในรูปแบบที่ไม่มีกฎหมายรองรับ แต่เป็นความต้องการของกลุ่มธุรกิจรายพื้นที่ เช่น Biz Club โดยจะพัฒนาทั้งการบริหารจัดการองค์กร การเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อให้เกิดการส่งเสริม และช่วยเหลือเกื้อกูลกันโดยภาครัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้
         4) บูรณาการการทำงานร่วมกับภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันการเงินสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
           นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่จะพัฒนาและเร่งยกระดับนวัตกรรมการให้บริการ เพื่อช่วยลดขั้นตอน ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ เช่น
            การให้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration) โดยมีเป้าหมายผลักดันการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แบบไร้กระดาษ หรือ Paperless คาดว่าภายในปี 2560 พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ
           การให้บริการรับงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ e-Filing โดยจะผลักดันให้นิติบุคคลกว่า 600,000 ราย ทั่วประเทศ ยื่นงบการเงินผ่านระบบ e-Filing 100%
          การให้บริการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลผ่าน DBD e-Service Application โดยเพิ่มเติมข้อมูลที่ให้บริการผ่านมือถือให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งชื่อ ที่อยู่ ทุนจดทะเบียน กรรมการ และงบการเงิน
          อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ในปีนี้ กรมฯ จะเร่งพัฒนาปรับปรุงกฎหมายภายใต้ความรับผิดชอบให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจให้ง่ายขึ้น เช่น กฎหมายการจดทะเบียนนิติบุคคลคนเดียว กฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ เป็นต้น ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะมุ่งไปข้างหน้าเพื่อพัฒนาธุรกิจไทยให้เข้มแข็ง ยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ "นวัตกรรมนำบริการ สร้างธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่สากล